ข่าวฟุตบอล เชลซี - เบิร์นลี่ย์

แชมป์เก่าทำคดีพลิค เชลซีเซอร์ๆไพร์ส น่าตกใจหลังพ่ายคาบ้าน

เชลซี เปิดบ้านนัดแรกพบกับ เบิร์นลี่ย์ แชมป์เก่าทำคดีพลิค พวกเค้าไม่มีสักคะแนนเลยในศึกพรีเมียร์ลีก 2017/18 แชมป์พรีเมียร์ลีก ทีมล่าสุดคือ สิงไฮโซ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้

แต่ดีกรีแชมป์ของพวกเขาก็ไม่ได้สามารถการันตีในการเก็บชัยชนะนัดแรกได้หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับทีมเล็กอย่าง เบิร์นลี่ย์ ไป 2 ประตูต่อ 3 โดยเรือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน

ในสนามแต่ถามว่าเกมนี้พวกเขาสอบผ่านหรือไม่ถ้าจะมองถึงตัวเพราะเล่นผมให้กันคนละ 8 คะแนน ถึงแม้ว่าเกมจะแพ้แต่นักเตะของพวกเขามีความพยายามเป็นอย่างมาก

ถ้าดูจากรูปเกมในครึ่งหลังทุกคนมีความมุ่งมั่นในความพยายามและต้องการที่จะได้ประตูเพื่ออาชีพจะตีเสมอและอย่างน้อยได้เพียงแค่ 1 คะแนน

ก็น่าจะเพียงพอแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามไม่เป็นเพียงแค่ตัวนักเตะเท่านั้นเรื่องของผู้ตัดสินก็มีส่วนร่วมทำให้พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะในครั้งนี้

เชลซี มีความน่าสนใจตรงที่พวกเขาใช้นักเตะหน้าใหม่อย่างรูเกอร์เป็นแบ็คขวาและ bokeh เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกโดยแก้มรับตรงกลางสนามยังใช้ มาก็อต อลองโซ่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เชส ฟาเบรกาสและ อัซปิลิกวยต้า  

ส่วนกองหน้าเป้าเป็น บาห์ชัวยี่  ถ้าจะมองถึงความประมาทของคอนเต้ในเกมนี้ดูได้จากตัวผู้เล่นที่ส่งลงมาโดยไม่ยอมใช้นักเตะตัวหลักอย่าง อัลเวโร โมราต้า กองหน้าชาวสเปนตัวใหม่ที่พึ่งได้มาเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น

ด้วยขณะที่ฝั่งทีมเยือนใช้  แซม โวลค์ เป็นกองหน้าตัวเป้าซึ่งเป็นตัวทีเด็ดของทีมและเป็นการสร้างความปราชัยให้กับเชลซีเป็นเกมแรกด้วยจุดเด่นของเขาคือเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสูงร่างกายแข็งแกร่งและมีส่วนหนา

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

ในการบางบอนเบสบอลในการขึ้นโหม่งทำประตู และการหาพื้นที่สำคัญสำคัญในกรอบเขตโทษเพื่อที่จะจบสกอร์ประตูแรกเริ่มตั้งแต่นาที 24

หลังจากที่เชลซีเหลือผู้เล่นเพลงแค่ 10 คนในกรณีที่แกรี่เคฮิลล์ไปสไลด์เปิดปุ่มทำให้กรรมการเครก พอลสัน ควักใบแดง direct ให้กับเคฮิลล์ ไล่ออกจากสนามทำให้โดนแบนถึง 3 นัด

และมาโดน แซมโวลค์ ยิ่งบอลเบียดเสาเข้าไปทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1- 0 จากนั้นอีก 2 ประตูตามมาติดติดโดยมี สตีเฟ่น วอร์ด ซัดด้วยซ้ายบอลคู่เข้าเสาสองอย่างสวยงามก่อนที่จะมาเป็น แซม โวลค์ คนเดิมยิงประตูที่ 2 ให้กับตัวเองและพาทีมเบิร์นลี่ย์ขึ้นนำเป็น 3 ประตูต่อ 0

แต่มาในครึ่งหลังคอนเต้เป็นเกมส่งอะเวโรโมราต้าเป็นกองหน้าเป้าโรคมาเพียงแค่ 10 นาทีแล้วนั้นเขาก็สามารถพาทีมตีไข่แตกได้สำเร็จจาก williams เปิดเข้าไปที่เสา 2 โมราต้า โหม่งบอลเข้าประตูไปไล่มาเป็น 1 ประตูต่อ 3

แต่หลังจากนั้นเกมดุเดือดและโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว เชลซี เเกือบจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วก็ต้องไปเดี๋ยวผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน เมื่อเชสฟาเบรกาสโดนเหลือที่2และใบแดงไล่ออกจากสนาม

โดยที่รูปเกมกำลังสวยและไปได้ดีในนาทีที่ 88 ก็มาได้ดาวิดลุยซ์ออดจากแถวสองขึ้นไปนี้แผงแนวรับของทีมเยือนยิงเข้าไปไร่มาเป็น 2 ประตูต่อ 3 ในเวลาที่เหลือมีไม่ถึง 5 นาที

ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะตีเสมอเป็น 3 ประตูต่อ 3 ทำให้จบเกมกลายเป็นชั้นเก่าเชลซีที่พ่ายแพ้คาบ้านไป 2 ประตูต่อ 3

ข่าวฟุตบอล โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18 ได้อย่างเดือด

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก ต้องขอชื่นชมนัดประเดิมสนามที่ทำให้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18

ดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อทางด้านของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล จากลอนดอนเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้

จะบอกว่าเกมนี้เป็นเกมที่มันที่สุดในสัปดาห์นี้ก็ว่าได้ถึงแม้ว่าอาจจะแข่งขันเป็นเกมแรกของฤดูกาลพวกเขาไม่มีความกดดันแต่อย่างใด

เล่นได้ตามสไตล์และโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีโดยทางฝั่งของเจ้าบ้านอาร์เซนอล กลับเก็บ 3 คะแนนปิดทองได้สำเร็จโดยรูปเกมนั้นออกมาสนุกสนาน

ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เหมือนแลกกันหมัดต่อหมัดแต่ทางฝั่งของ arsene wenger มีอาวุธหลักที่เด็ดและออกบัตรได้หนักแน่นกว่าเลยทำให้พวกเค้าเก็บชัยชนะนัดแรกไปครองได้สำเร็จ

กุนซือหน้าเหี่ยวของอาร์เซนอลมาในระบบ 3-4-2-1 โดยส่งอเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ เป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี danny welbeck กับเมซุต โอซิล

เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกตรงกลางสนามทางฝั่งซ้ายมีเอาเลด แชมเบอร์เลนกับเฮคตอร์ เบเยริน คอยโจมตีทางเดินเส้นและจัดอาวุธหนักอย่าง กรานิต ชาก้าและเอ็นเนนนี่

มิดฟิลด์ตัวรับกล้องหลังสามคนใช้เด็กใหม่อย่าง โคโรซิเนค เล่นแบ็คซ้ายหลังจากที่ยิงประตูแรกให้กับอาร์เซนอลในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาโดยมี โฮลดิ้ง ยืนกับมอลเรอัล

เป็น center back เกมนี้ทางด้านอาร์เซนอลค่อนข้างที่จะมีปัญหาทางด้านของเกมรับหลังจากที่ เมเตซัคเกอร์ และกอสเซียนี่ ไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นเป็นตัวจริงส่วนผู้รักษาประตูยังคงเป็น ปีเตอร์ เช็ก

ทางฝั่งของเช็ค สเปียร์ ยึดระบบเดิมของเลสเตอร์ซิตี้ให้เจมี่วาร์ดี้เป็นกองหน้าเป้าโดยมีโอกาสสักอิเล่นเป็นหน้าต่ำ แมตตี้ เจมส์ ยืนคู่กับ เอ็มดิดี้

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก

โดยมีมาร์ค อัลไบตัน และไรยาร์ด มาเรซ เป็นตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายขวาและยังส่งตัวรับหน้าใหม่อย่าง เแฮร์รี แมกไกวร์ ยืนคู่เกมรับกับเวส มอร์แกน

เกมนี้เป็นทางฝันของอเล็กซานเดอร์ลากาแซตต์ที่เปิดตัวกับอาร์เซนอลในเวทีพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 2 นาทีเขาก็ยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

แต่หลังจากนั้น 3 นาทีทางด้านของชินจิโอกาซากิก็กระโดดโหม่งจากลูกเตะมุมตีเสมอให้เลสเตอร์เป็น 1 ประตูต่อ 1 ตามน้ำมาด้วยเจมี่วาร์ดี้ยิงพลิกให้ จิ้งจอกสยาม ขึ้นนำเป็น 1 ประตูต่อ 2

ทางด้านของอาร์เซนอลก็โจมตีอย่างหนักก่อนที่จะหมดเวลาในครึ่งแรกโคลาซินัช เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนที่จะส่งเข้ามาตรงหน้าประตูให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค

แปลบอลเข้าประตูไปเสมอ 2 -2  มาในครึ่งหลังมีประตูเกิดขึ้นอีก 3 ประตูโดยทางฝั่งของทีมเยือนได้ เจมี่ วาร์ดี้ คนเดิมยิงตีพลิคขึ้นนำอีกครั้ง เป็น 2 ประตูต่อ 3

ทางด้านของ อาร์แซน เวนเกอร์ แก้เกมเปลี่ยนผู้เล่นตัวรุกลงมาอย่างอารอน แรมซี่ย์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนที่จะส่ง ทีโอ วอคอท

ลงมาเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผนที่ตรงกลางสนามและก็เป็นไปตามที่เจ๊เหี่ยวได้คิดไว้ มาได้ประตูตีเสมอจากแรมซี่และประตูขึ้นนำจนพลิกชนะจากโอลิวิเยร์ชิรูด์จากการเปลี่ยน 2 ผู้เล่นตัวสำรองลงมาทำประตูได้ถึง 2 ค

จนเอา 3 คะแนนในเกมแรกมาครองได้และขึ้นนำเป็นที่หนึ่งเนื่องจากเป็นการแข่งคู่แรกของกรีกในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

Real Madrid 2-1 Manchester United

วิจารณ์เกม ซุปเปอร์ คัพ เรอัล มาดริด พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมงานมา วิจารณ์เกม ซุปเปอร์ คัพ เป็นการพบกันระหว่าง real madrid พบกับ manchester united

เหตุผลที่เรอัล มาดริดได้มีสิทธิ์ลงเล่นในศึกรายการนี้ก็เพราะว่าได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกมา

ส่วนทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นคว้าแชมป์ยูโรป้า แชมเปียนส์ลีกมีการพบกันของ 2 ถ้วยใหญ่แห่งยุโรป

เกมที่น่าสนใจที่ว่าเริ่มออกสตาร์ทก่อนที่ฤดูกาลของทั้งสองทีมนั้นจะเริ่มขึ้นทางฝั่งของเรอัล มาดริด

นั้นก็ไม่ได้ซื้อนักเตะเพิ่มมาสักเท่าไหร่โดยจะเน้นนักเตะตัวหลักในฤดูกาลที่แล้วพร้อมกับดาวรุ่ง

ที่ค่อยๆขยับขึ้นมาตามลำดับท่านั่งของ manchester united เกมนี้ใช้นักเตะผู้เล่นใหม่ถึง 3 คน

โดยมีรูกากู เป็นกองหน้ายังมีหน้ามาติดเล่นกลางรับและกองหลังวิกต่อลินเดอเลิฟ โจเซ่ มูรินโญ่

วันนี้มาในรูปเกมระบบ 3-5-2 โดให้มาคิตายาน นั้นยืนคู่กับ lukaku โดยวางตรงกลางถึง 5 คน

มี อันโตนิโอ วาเลนเซียเล่น อยู่ปีกขวา jesse lingard เล่นปีกซ้ายเกมรับตรงกลางมีอังเดร เอเรร่า

เนมานย่า มาติช และขอบตากล้องหลัง 3 คนใช้วิวิคตอร์ ลินเดอ เลิฟ  chris smalling มัตเตโอ ดาเมี่ยน

ผู้รักษาประตูเป็นดาบิด เดเคอา

ต้องฟังของเรอัล มาดริด เซยาดีน ซีดาน  มาในระบบ 4-1-2-1-2 ถ้าจะให้พูดยังไงก็คือ 4-4-2

ระบบ diamond กองหน้าคู่กันเป็น garrett bell ยืนคู่กับคาริม เบนเซม่าให้ทางด้านอิสโก้

กองกลางชาวสเปน เป็นตัวบัญชาการเกมรุกตรงกลางสนาม แผนเกมรับตรงกลาง 3 คน

โทนี่ โครส ยืนปีกซ้ายฝั่งขวาเป็น ลูก้า โมดริชโดยที่คาเซมิโร่ เป็นคนคอยตัดเกมตรงกลางสนาม

กองหลัง 4 คนมาร์เซโล่ sergio ramos ราฟาเอล วารานและคาวาฮาว ผู้รักษาประตูยังคงเป็นเฆซุส นาบาส

เกมนี้ cristiano ronaldo ไม่ได้เป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง  

ซีดานต้องเก็บเขาไว้เป็นตัวสำรองหรือต้องการที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม

วิจารณ์เกม ซุปเปอร์ คัพ

วิจารณ์เกม ซุปเปอร์ คัพ

เกมออกสตาร์ทมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางด้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตั้งเกมรับซะเป็นส่วนใหญ่

จนมาถึงนาทีที่ 24 ก็โดนประตูขึ้นนำมาจากจังหวะที่ คาวาฮาว ขึ้นมาทางฝั่งขวาแล้วโยนบอลขึ้นมา

โดยมี คาเซมิโร่  กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน วิ่งสอดทะลุกองหลังขึ้นมาก่อนที่จะใช้เท้าซ้ายตวัดยิง

ส่วนตัวดาบิด เดเคอาเข้าประตูไปทำให้เรอัล มาดริดขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

ครั้งจากนั้นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นก็ไม่ได้มีเยอะมากจังหวะจบสกอร์นั้นขาดขาดเกินเกิน

ทำให้ไม่สามารถตีเสมอจนมาโดนประตูที่ 2  เป็นจังหวะการทำทีมของ อิสโก้

ที่อยู่หน้ากรอบเขตโทษส่งบอลให้กับแกเร็ธ เบล ก่อนที่จะเบิ้ล 1 จังหวะคืนไปให้อิสโก้

อีกครั้งหลุดทางแนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนดวล 1 ต่อ 1 กับดาบิด เดเคอา

ก่อนที่จะใช้เท้าขวายิงเข้าไปเข้าไปเสาสองทำให้ real madrid ขึ้นนำเป็น 2 ประตูต่อ 0

ในนาทีที่ 52 ครั้งจากนั้นอีก 10 นาทีทางด้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความหวังหลังจากตีไข่แตก

จากเป็น 2 ประตูต่อ 1 เมื่อจังหวะที่เนมานย่า มาติช ยิงบอลไกลจากแถวสองแล้ว เฆซุส นาบาส

ปัดออกมาเข้าทาง romelu lukaku ยิงสวนตัวเข้าไปเหลือเวลาอีกถึง 30 นาทีทางด้าน ปีศาจแดง

ก็ไม่สามารถไล่ตีเสมอทางด้านของราชันชุดขาว ทำให้เกมนี้จบไปเป็น เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ซุปเปอร์ คัพ

ไปครองได้สำเร็จด้วยสกอร์ที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไป 2 ประตูต่อ 1

 …

Monaco

โมนาโกยังแข็งแกร่ง ขาดตัวหลักไปไม่มีผลกระทบ

การสูญเสียนักเตะคนสำคัญให้กับสโมสรใหญ่ๆ ในยุโรป โมนาโกยังแข็งแกร่ง

ถือว่าเป็นเรื่องปกติของทีมระดับกลาง หรือระดับล่าง และปีต่อๆ

มาก็มักจะทำให้ทีมเหล่านั้นมีผลงานที่แย่ลงในทันที แต่เหมือนว่าทิษฏีนี้คงใช้ไม่ได้กับโมนาโก

ทีมแชมป์ลีก เอิง จากฤดูกาลที่แล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญจากฤดูกาลที่แล้วไปมากมาย

แต่พวกเขาก็ยังสามารถทำผลงานได้ดีอยู่ในช่วงต้นฤดูกาลนี้

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พวกเขาต้องเสียทั้ง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส ไป

ให้กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมคู่ปรับร่วมลีก โดยเป็นสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้

และซื้อขาดในฤดูกาลหน้าด้วยค่าตัวกว่า 150 ล้านปอนด์ เบนจามิน เมนดี้

แบ็คซ้ายดาวรุ่งที่ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเศรษฐีจากอังกฤษ ด้วยราคา 51.75 ล้านปอนด์

แบร์นาโด้ ซิลวา เพลย์เมคเกอร์ชาวโปรตุกีส ที่ก็ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เช่นกัน และติเอมูเอ้ บากาโยโก้

กองกลางห้องเครื่องของทีมที่ไปอยู่กับเชลซี นอกจากนี้ยังมีอะไหล่สำรองของทีมอีก 2-3 ราย

ที่ทีมปล่อยตัวออกไป แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อทีมมากนักในฤดูกาลนี้ เนื่องจากการบริหารทีมที่ยอดเยี่ยม

และมีแมวมองที่ดีในการหานักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมแทน ทำให้ทีมยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

โมนาโกยังแข็งแกร่ง

โมนาโกยังแข็งแกร่ง

โดยตัวแทนใหม่ที่ทีมหามาแทนนักเตะที่เสียไปก็มีสเตวาน โยเวติช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร เกอิต้า บัลเด้

ปีกจากลาซิโอ ยูริ เตเลม็องส์ แบ็คขวาจากอันเดอร์เลช เทเร้นต์ ค็องโกโล่ จากลีกดัตช์

ซึ่งดาวรุ่งเหล่านี้ได้รับการยอมรับจากเกจิวงการฟุตบอลยุโรปว่าเป็นนักเตะคุณภาพดีทีเดียว

และได้พิสูจน์ผลงานมาแล้วกับต้นสังกัดเก่า และการซื้อในราคาที่ไม่สูงมาก

อาจจะทำให้ทีมมีกำไรจากนักเตะเหล่านี้ได้อีกในอนาคตก็เป็นได้

ฤดูกาลนี้ โมนาโก ก็ยังเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างเร่าร้อน โดยกวาดชัยชนะได้ตลอด

มีเพียงแมตช์อัปยศที่บุกไปแพ้นีซ 0-4 นัดเดียวเท่านั้นที่หลุดฟอร์มไป

นอกนั้นโมนาโกยังเดินหน้าถล่มคู่แข่งได้ตลอด โดยมีราดาเมล ฟัลเกา

กองหน้าตัวเก๋าชาวโคลอมเบียเป็นตัวสังหารประตูของทีม ซึ่งกัปตันทีมรายนี้สามารถกลับมาคืนฟอร์มได้

อย่างเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากไปเสียสูญที่อังกฤษอยู่ 2 ปีเต็มๆ ซึ่งตอนนี้ยังพาทีมเป็นรองจ่าฝูงของลีก เอิง

ได้อีกด้วย โดยมีคะแนนเท่ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ใช้เงินไปกว่า 400 ล้านยูโรในฤดูกาลนี้

แต่ล่าสุดกลับทำได้แค่เสมอกับมงต์เปลิเย่ร์เท่านั้น รวมทั้งโมนาโก

ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นเข้ารอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย…