ข่าวฟุตบอล ผลงานโดยรวมแมนยู

ผลงานโดยรวมแมนยู หลังจากเปิดฉากเกมแรกในลีก 2017/18

พรีเมียร์ลีก เปิดฉากไปแล้วเรามาดู ผลงานโดยรวมแมนยู ใน5 เกมที่ผ่านมาว่าทำไปได้ดีมากน้อยแค่ไหน

เริ่มจากที่เกมออกสตาร์ทนัดแรกเล่นในบ้านที่โอลดแทรฟฟอร์ด พบกับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นับว่าเป็นงานที่ไม่เบาเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าฤดูกาลที่แล้วทีมขุนค้อนอยู่ 1ในทีมที่มีโอกาสตกชั้นก็ตาม แต่การเปิดฉากในฤดูกาลใหม่ ทีมยักษ์ใหญ่อาจจะระมัดระวังทีมเล็กที่อาจจะเปิดฉากได้อย่างสวยงาม

ในเกมแรกยังไม่ได้ใช้ทางด้านของลินเดลอฟยังคงให้เอริค ไบญี่ กับฟิล โจนส์ ยืนเป็นกองหลัง  

โดยที่ใช้งานเนมานย่า  martin กับ paul pogba ยืนเป็นกองกลางตัวรับโดยให้มาคิตายาน มาคัส รัทฟอร์ด mata ยืนในเกมรุกและกองหน้าเป้าเป็นนักเตะตัวใหม่อย่างโรเมลู ลูกากู

นับว่าเป็นการจัดชุดของโจเซ่มูรินโญ่ที่น่าสนใจไม่น้อยโดยที่ทางฝั่งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มี โจ ฮาร์ท นักเตะหน้าใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ส่วนตัวเก่ายังคงเป็น

mark noble andre ayew เฟอร์นันเดส ที่ยังคงอยู่กับทีมมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ในเกมนี้หลายคนมองว่าทางด้าน ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงานโดยรวมแมนยู

ผลงานโดยรวมแมนยู

อาจจะเอาชนะได้ไปแบบเฉียดฉิวแต่หารู้ไหมว่าหลังจากที่เกมเริ่มขึ้นปรากฏว่ารูปเกมของทางฝั่งปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าก่อนที่จะขึ้นนำใน

นาทีที่ 33 จาก romelu lukaku นักเตะป้ายแดงของทีมเป็นจังหวะที่เริ่มจากมาคัสรัทฟอร์ดเปิดบัตรเข้ามาให้ lukaku ยิงสวนตัวของโจ ฮาร์ท เข้าไป

ก็ดีจะมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน เปิดบอลจากทางริมเส้นฝั่งขวาให้กลับ romelu lukaku เบิ้ลประตูที่ 2 ให้กับตัวเองด้วยการใช้หัวยิงประตูรูปเกมน่าจะจบที่ 2 ประตูต่อ 0

 ในช่วงท้ายเกมหลังจากที่เปลี่ยนกองกลางตัวรับยังมารูยานเฟลไลนี่และตัวรุกอย่างอองโตนีมาเชียวก็ทำให้เกมรับในแดนกลางทำได้ดีมากกว่าเดิมรวมทั้งถึงเกมรุกทางริมเส้นที่ มาซียาล

ลงมาทำหน้าที่ได้อย่างเป็นที่น่าพอใจจนเค้ามีจังหวะในการทำประตูด้วยการเลี้ยงหลบกองหลังของเวสต์แฮม ก่อนที่จะยิงส่วนตัวของโจ ฮาร์ท ก็ไปทำให้แมนยู ขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 0

เป็นประตูที่เรียกความมั่นใจของเขากลับมาได้เป้นอย่างดี ไม่จบเพียงเท่านั้น ปิดท้ายในนาทีที่ 90 เป็นจังหวะที่มาใส่เอาหลุดเดี่ยวและส่งไปให้ทางเสาสองที่มี พอล ปอกบา วิ่งลุกขึ้นมาก่อนที่จะแปลบอลด้วยเท้าเบาๆล

เข้าประตูไปเป็นประตูที่ 4 ฝั่งให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดนลูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ เปิดบ้านถล่มไปถึง 4 ประตูต่อ 0 นับว่าเป็นการเปิดฉากนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีกของ

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างสวยหรูและเป็นที่น่าพอใจของแฟนบอล The Red Devil

ข่าวฟุตบอล ผีฉะจิ้งจอก

ผีฉะจิ้งจอก เกมนัดที่3 พรีเมียร์ลีก 2017/18 นึกว่าจะไม่รอด

แมตซ์ที่3 งานหนักเสียแล้ว ผีฉะจิ้งจอก ช่วงต้นฤดูกาลเกมนี้เป็นอีกเกมที่แฟนบอลหลายคนนั้นค่อนข้างที่จะมีความกังวลกับสกอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นและมีโอกาสที่จะพลาดเก็บ 3 คะแนนเต็ม

ในแมตช์นี้ก็เป็นได้โดยทางด้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นจะต้องระมัดระวังและต้องเตรียมการวางแผน

ในการรับแผนการของทางฝั่ง จิ้งจอกสยาม ให้ได้ด้วยการที่ทีมของทีมเยือนมีนักเตะที่ลงตัวเล่นได้มีความสามัคคีและมีกองหน้าที่อันตรายอย่างเจมี่วาร์ดี้ นักเตะทีมชาติอังกฤษที่ฟอร์มร้อนแรงมาถึง 2 ฤดูกาลแล้ว

เกมนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะแพ้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยสิทธิต่างๆแมนยูอาจจะดูเหนือกว่าเลสเตอร์ซิตี้ก็ตาม

แต่เวลาที่เจอกันมักจะไม่สามารถเอาชนะขาดและมีโอกาสที่จะพ่ายแพ้คาบ้านได้เหมือนกันโดยได้เกมนี้นักเตะที่โจเซ่ มูรินโญ่ ส่งลงไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น

นั่นก็คือตำแหน่งของมาคัส รัทฟอร์ดได้เป็นเพียงแค่ตัวสำรองหลังจากที่ อองโตนี่ มาซิยาล สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ด้วยผลงานการลงเล่น 2 เกมจากผู้เล่นสำรองยิงได้เกมละ 1 นัด

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เขาเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงในการลงมาชนกับเกมรับของ leicester city ที่มีทั้งด้านของเวส มอร์แกนและ เฮนรี่ แม็คไกวร์

ผีฉะจิ้งจอก

ผีฉะจิ้งจอก

เกมในครึ่งแรกของทั้งคู่ค่อนข้างที่จะสูสีมากโดยเป็นทางด้านของ แมนยู ที่มีโอกาสโจมตีมากซะเป็นส่วนใหญ่โดยจะเน้นไปที่เกมทางริมเส้นฝั่งซ้ายที่มีมาสี่เหล่า

นั้นสามารถดวลกับ แดนนี่ ซิมป์สัน แต่โอกาสในการเข้าทำประตูก็ไม่สามารถพาลูกบอลเข้าไปจนถึงกรอบเขตโทษได้ทำให้เกมในครึ่งแรกนั้นจบลงที่เสมอกัน 0 ประตูต่อ 0

โดยที่ทางฝั่งของที มเลสเตอร์ ซิตี้ ก็มีโอกาสในการลุ้นประตูได้เหมือนกันจาก ไรยาร์ด มาเรซ ที่าร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญในเกมรุกพร้อมทั้งมี เจมส์มี่ วาร์ดี้ ที่จะหาจังหวะในการจบสกอร์ได้ตลอดเวลา

แต่ในครึ่งหลังกว่าจะมีประตูเกิดขึ้นก็ปาเข้าไปในนาทีที่ 70 หลังจากที่มูรินโญ่นั้นเปลี่ยนเกมส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทนที่ มาต้า และ มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาแทน เฮนริค มคิทาร์ยาน

ทำให้เกมรุกของทีมนั้นมีความหวาดเสียวมากขึ้น ต้องชื่นชมทางด้านของ พี่ฟู เฟลไลนี่ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนสูงของตัวเองในการเข้าไปกดดันผู้เล่นเกมรับตรงกรอบเขตโทษ

ประตูแรกของแมนยู นั้นได้จากทางด้านมาคัสรัทฟอร์ดโดยนักเตะที่มีส่วนร่วมในเกมนี้ก็คือเฮนริค มคิทาร์ยาน หลังจากที่เขาแอซิดได้ก็โดนเปลี่ยนตัวออกทันทีส่งเวลานี่มาแทน

ช่วยอะไรดีลงไปในสนามเพียงแค่แปลกแต่จริงเท่านั้นเขาก็สามารถทำประตูได้จากจังหวะที่ 70 ลินการ์ดโจมตีทางริมเส้นฝั่งขวาแล้วก็ตัดเข้ามาที่ เซเรน่า ที่วิ่งตามมาตรงกลางกรอบเขตโทษยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าประตูไป

โดยที่ แคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูของเลสเตอร์ซิตี้ 0 บัตรทำให้เป็นประตูปิดท้ายและฝังจิ้งจอกสยามไปได้ 2 ประตูต่อ 0

ข่าวฟุตบอล เสมอจนได้ แมตซ์ที่น่าเป็นห่วงบุกเยือนช่างปั้นหม้อ !! ฟอร์มตกจนได้

เสมอจนได้ แมตซ์ที่น่าเป็นห่วงบุกเยือนช่างปั้นหม้อ !! ฟอร์มตกจนได้

เกมที่บรรดากองแช่งของแมนยูรอคอยก็มาถึงนั่นก็คือเกมที่ 4 เสมอจนได้

ที่พวกเขาจะต้องออกมาเยือนทางด้านช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ ที่สนาม bet 365 stadium  

สถิติของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างน่าจะเป็นห่วงทางด้านแมนยูมากการมาเยือน สโต๊ค ซิตี้

พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยและในที่สุดหลังจากที่สิ้นสุดการเป่านกหวีดครบ 90 นาที

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำได้เพียงแค่เสมอกับสโต๊คซิตี้ไป 2 ประตูต่อ 2 เก็บ 1 คะแนนมาครองได้

แต่ก็ยังคงเป็นจ่าฝูงต่อไป แต่มองถึงฟอร์มของลูกทีม โจเซ๋ มูรินโญ่ นี่สิน่าเป็นห่วง

เพราะเหตุผลและปัจจัยใดทำไมถึงทำให้พวกเขาได้เพียงแค่ 1 คะแนนทั้งที่ผู้เล่นก็ใครขายกับ 3 เกมที่แล้ว

ในวันนี้ไม่มีทางด้านของฆวนมาต้าแต่ได้อังเดรเอเรร่าลงมาแทนโดยที่เกมรุกยังคงเป็นมาคิตายานมาคัสรัทฟอร์ดและ romelu lukaku

โดยเปลี่ยนระบบจาก 4-5-1 มาเป็น 4-3-3 ทำให้เห็นชัดแล้วว่านักเตะของเค้าไม่เหมาะสมกับระบบนี้จึงทำให้ทำอะไรก็ติดๆชัดชัด

ขึ้นเกมไปไม่ได้และไม่มีคนเชื่อมเจ็บตรงกลางสนามและแบกภาระให้กับเกมรับอย่าง เนมานย่า มาติช  และพอล ปอกบา

โดยที่ 3 เกมแรกค่อนข้างที่จะมีอิสระและไม่เหนื่อยนักกลับเกมโจมตีของคู่แข่งแต่เกมนี้สวนทางอย่างชัดเจน น้ามูต้องมองเห็นแล้วละนะ

รูปทีมของเค้าน่าจะเหมาะสมกับระบบไหนมากที่สุดและไม่ควรเปลี่ยนแปลงมันถ้าเกิดผลเสีย

เสมอจนได้ นัดที่ 4 ผีได้แต้มเดียว

เสมอจนได้ นัดที่ 4 ผีได้แต้มเดียว

แน่นอนว่าในสารเกมแรกเราค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จในการเก็บ 9 คะแนนและ 3 คลีนชีสโดยมีประตูรวมถึง 11 ประตูด้วยกัน

แต่หลังดันที่เปลี่ยนระบบใหม่ทำให้เกมนั้นไม่ลื่นไหลโอกาสจบสกอร์น้อยมากและที่สำคัญประตูแรกที่เกิดขึ้นในเกมนี้จะกลายเป็นทางฝันของเจ้าบ้านที่ขึ้นนำไปก่อน

ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 13 จาก Eric Maxim Choupo-Moting แต่โชคดีว่าผู้เล่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสามารถกลับมาไล่ตีเสมอเป็น 1 ประตูต่อ 1 ได้หลังจากที่ผ่านไปเพียงแค่ 3 นาที

ทำประตูตีเสมอได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากมาคัสรัทฟอร์ดที่หลุดเดี่ยวเข้าไปเลยยิ่งตอนยังชั้นไปที่เสาสองผ่านมือของทางด้าน แจ๊ค บัตแลนด์ นั่นเข้าประตูไป

เกมในครึ่งหลังมาร์คคิ้วกับโจเซ่มูรินโญ่ค่อนข้างที่จะแก้เกมกันได้อย่างเมามันจนนาทีที่ 57 โรเมลูลูกากูก็ยิงประตูที่ 4 ให้กับเขาในฤดูกาลนี้และเป็นประตูที่ผิดขึ้นนำ สโต๊ค  ซิตี้

ไปได้ 1 ประตูต่อ 2  รูปเกมของแมนยูทำได้ดีขึ้นหลังจากที่ขึ้นนำแตกความผิดพลาดของเกมครับกับเกิดขึ้นในจังหวะที่ ชากิรี่ จ่ายตัดหนังผู้เล่น manchester united

แล้วเป็นคนเดิม Eric Maxim Choupo-Moting เบิ้ลปทุมที่ 2 ให้กับตัวเองในเกมนี้และช่วยให้ทีมสามารถเก็บ 1 คะแนนที่สำคัญในบ้านไปได้ด้วยการยันเสมอ manchester united

ส่วน red devil ก็ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงหลังจากที่มีคะแนนนำ 5 อันดับที่๒อย่างแมนซิตี้อยู่ 2 คะแนน

ข่าวฟุตบอล ไก่ เรือ

ไก่ เรือ งานสบายไม่เหนือบ่ากว่าแรง จับมือกันคว้า 3 แต้ม

มาดูงานง่ายงานยากของ 3 ทีมใหญ่ ไก่ เรือ ที่เหลือเริ่มที่ทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตอนนี้เป็นคนดีออร่าค่อนข้างที่จะได้ทีมเรือใบสีฟ้า

ในฝันที่พวกเขาต้องการแล้วโดยนักเตะใหม่น่าจะเป็นคล้าย walker และขวาจอมรุกชื่อเล่นของเขาคือเรื่องของการเติมเกมรุกตลอด  90 นาที

มีความไวสามารถเปิดบอลให้เพื่อนได้ตรงจุดนี้จะมาทดแทน กับนักเตะที่พึ่งย้ายออกจากทีมไปอย่างสบายตาและบาการี่ ซานญ่า

โดยค่าตัวที่ดีทางสโมสรเรือใบสีฟ้า ต้องเสียในการได้ตัวนักเตะชาวอังกฤษ สูงถึง 50 ล้านปอนด์

แต่ด้วยอายุที่ยังเหลืออีกเยอะในการใช้งานก็นับว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจการเจอกับ นกนางนวล ไบรตัน ทีมน้องใหม่จากแชมเปี้ยนชิพ ที่ขึ้นมาขอลองสี่เท้ากับรุ่นพี่ในพรีเมียร์ลีก

city ของพวกเค้าการเจอกันต้องย้อนไปในปี 2008 เกมลีกคัพโดยทั้งคู่จบ 90 นาทีด้วยการเสมอกัน 2 ประตูต่อ 2 ก่อนที่จะเป็นทีมไบรท์ตันที่ยิงจุดโทษเอาชนะเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

แต่ถ้าประสิทธิภาพของทีมในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของ กุน อาเกโล,กาเบรียล เฆซุส, ยาย่า ตูเร่ ,เควิน เดอะบอย ,Raheem sterling นักเตะแต่ละตัวนั้นก็ค่อนข้างที่จะอยู่ในระดับ top top ของเกาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ทำให้เกมนี้เจอกับน้องใหม่ที่มีเพียงแค่ไฟแiงแต่ฝีเท้านั้นยังห่างไกลนัก โอกาสที่พวกเขาได้ 3 คะแนนนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดของทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกนัดแรก

ไก่ เรือ นัดแรกได้ 3 แต้ม

ไก่ เรือ

มาเป็น ไก่เดือยทอง ที่จะต้องไปที่สนามเซนต์เจมส์ ปาร์ค ของ สาริกาทอง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้พวกเค้าผงาดขึ้นมาอยู่ที่ไม่ได้อีกได้อีกครั้งหลังจากที่ฤดูกาลที่แล้ว

เล่นในแชมเปี้ยนชิพ การขึ้นมาของพวกเขายังคงมีนักเตะที่พอคุ้นหูคุ้นตาในศึกพรีเมียร์ลีก อยู่บ้างแต่การที่จะมาเจอกับไก่เดือยทองที่มาตรฐานที่สูงนัก

ต่ค่อนข้างที่จะลงตัวและมีดาวซัลโวอย่าง เฮนรี่ เคน เป็นกองหน้าเหมือนเดิม เกมรุกยังคงเป็น คริสเตียน อีริคเซ่น กับ เดลี่ อัลลี ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ยึดเป็นตัวจริงมา 2 ฤดูกาล

โอกาสที่จะพาทีมได้ 3 คะแนนในเกมนี้ผมว่าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งของนิวคาสเซิลไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้แต่สภาพของนักเตะความมุ่งมั่น

การเข้าขาทางด้านของ ไก่เดือยทอง ก็อาจจะได้ 3 คะแนนแต่เป็นการเขียนเอาชนะไปได้ด้วยเกมล่าสุดนิวคาสเซิลก่อนที่จะตกชั้นไปฤดูกาลที่แล้วพวกเขาฝังความแค้นไว้ให้กับ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ด้วยการเอาชนะไปถึง 5 ประตูต่อ 1 โดยที่สวัสดิการทองเหลือผู้เล่น 10 คนโดยสารเกินที่จะมีการล้างแค้นของทีมไก่เดือยทองกับสาริกาขึ้นอยู่ว่า โปเช็ตติโน่ จะสามารถหักปีก

สาลิกาทอง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดของ ราฟาเอล เบนิเตซ ได้หรือไม่ในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคมเวลา 1 ทุ่ม 30 นาทีตามเวลาประเทศไทยเราก็จะได้รู้กันว่าระหว่างกุนซือเลือดใหม่กับ เบนิเตซ กุนซือรุ่นใหญ่มันสมองของใครจะเหนือกว่ากัน

 …

ข่าวฟุตบอล เชลซี - เบิร์นลี่ย์

แชมป์เก่าทำคดีพลิค เชลซีเซอร์ๆไพร์ส น่าตกใจหลังพ่ายคาบ้าน

เชลซี เปิดบ้านนัดแรกพบกับ เบิร์นลี่ย์ แชมป์เก่าทำคดีพลิค พวกเค้าไม่มีสักคะแนนเลยในศึกพรีเมียร์ลีก 2017/18 แชมป์พรีเมียร์ลีก ทีมล่าสุดคือ สิงไฮโซ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้

แต่ดีกรีแชมป์ของพวกเขาก็ไม่ได้สามารถการันตีในการเก็บชัยชนะนัดแรกได้หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับทีมเล็กอย่าง เบิร์นลี่ย์ ไป 2 ประตูต่อ 3 โดยเรือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน

ในสนามแต่ถามว่าเกมนี้พวกเขาสอบผ่านหรือไม่ถ้าจะมองถึงตัวเพราะเล่นผมให้กันคนละ 8 คะแนน ถึงแม้ว่าเกมจะแพ้แต่นักเตะของพวกเขามีความพยายามเป็นอย่างมาก

ถ้าดูจากรูปเกมในครึ่งหลังทุกคนมีความมุ่งมั่นในความพยายามและต้องการที่จะได้ประตูเพื่ออาชีพจะตีเสมอและอย่างน้อยได้เพียงแค่ 1 คะแนน

ก็น่าจะเพียงพอแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามไม่เป็นเพียงแค่ตัวนักเตะเท่านั้นเรื่องของผู้ตัดสินก็มีส่วนร่วมทำให้พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะในครั้งนี้

เชลซี มีความน่าสนใจตรงที่พวกเขาใช้นักเตะหน้าใหม่อย่างรูเกอร์เป็นแบ็คขวาและ bokeh เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกโดยแก้มรับตรงกลางสนามยังใช้ มาก็อต อลองโซ่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เชส ฟาเบรกาสและ อัซปิลิกวยต้า  

ส่วนกองหน้าเป้าเป็น บาห์ชัวยี่  ถ้าจะมองถึงความประมาทของคอนเต้ในเกมนี้ดูได้จากตัวผู้เล่นที่ส่งลงมาโดยไม่ยอมใช้นักเตะตัวหลักอย่าง อัลเวโร โมราต้า กองหน้าชาวสเปนตัวใหม่ที่พึ่งได้มาเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น

ด้วยขณะที่ฝั่งทีมเยือนใช้  แซม โวลค์ เป็นกองหน้าตัวเป้าซึ่งเป็นตัวทีเด็ดของทีมและเป็นการสร้างความปราชัยให้กับเชลซีเป็นเกมแรกด้วยจุดเด่นของเขาคือเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสูงร่างกายแข็งแกร่งและมีส่วนหนา

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

ในการบางบอนเบสบอลในการขึ้นโหม่งทำประตู และการหาพื้นที่สำคัญสำคัญในกรอบเขตโทษเพื่อที่จะจบสกอร์ประตูแรกเริ่มตั้งแต่นาที 24

หลังจากที่เชลซีเหลือผู้เล่นเพลงแค่ 10 คนในกรณีที่แกรี่เคฮิลล์ไปสไลด์เปิดปุ่มทำให้กรรมการเครก พอลสัน ควักใบแดง direct ให้กับเคฮิลล์ ไล่ออกจากสนามทำให้โดนแบนถึง 3 นัด

และมาโดน แซมโวลค์ ยิ่งบอลเบียดเสาเข้าไปทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1- 0 จากนั้นอีก 2 ประตูตามมาติดติดโดยมี สตีเฟ่น วอร์ด ซัดด้วยซ้ายบอลคู่เข้าเสาสองอย่างสวยงามก่อนที่จะมาเป็น แซม โวลค์ คนเดิมยิงประตูที่ 2 ให้กับตัวเองและพาทีมเบิร์นลี่ย์ขึ้นนำเป็น 3 ประตูต่อ 0

แต่มาในครึ่งหลังคอนเต้เป็นเกมส่งอะเวโรโมราต้าเป็นกองหน้าเป้าโรคมาเพียงแค่ 10 นาทีแล้วนั้นเขาก็สามารถพาทีมตีไข่แตกได้สำเร็จจาก williams เปิดเข้าไปที่เสา 2 โมราต้า โหม่งบอลเข้าประตูไปไล่มาเป็น 1 ประตูต่อ 3

แต่หลังจากนั้นเกมดุเดือดและโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว เชลซี เเกือบจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วก็ต้องไปเดี๋ยวผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน เมื่อเชสฟาเบรกาสโดนเหลือที่2และใบแดงไล่ออกจากสนาม

โดยที่รูปเกมกำลังสวยและไปได้ดีในนาทีที่ 88 ก็มาได้ดาวิดลุยซ์ออดจากแถวสองขึ้นไปนี้แผงแนวรับของทีมเยือนยิงเข้าไปไร่มาเป็น 2 ประตูต่อ 3 ในเวลาที่เหลือมีไม่ถึง 5 นาที

ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะตีเสมอเป็น 3 ประตูต่อ 3 ทำให้จบเกมกลายเป็นชั้นเก่าเชลซีที่พ่ายแพ้คาบ้านไป 2 ประตูต่อ 3

ข่าวฟุตบอล โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18 ได้อย่างเดือด

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก ต้องขอชื่นชมนัดประเดิมสนามที่ทำให้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18

ดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อทางด้านของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล จากลอนดอนเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้

จะบอกว่าเกมนี้เป็นเกมที่มันที่สุดในสัปดาห์นี้ก็ว่าได้ถึงแม้ว่าอาจจะแข่งขันเป็นเกมแรกของฤดูกาลพวกเขาไม่มีความกดดันแต่อย่างใด

เล่นได้ตามสไตล์และโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีโดยทางฝั่งของเจ้าบ้านอาร์เซนอล กลับเก็บ 3 คะแนนปิดทองได้สำเร็จโดยรูปเกมนั้นออกมาสนุกสนาน

ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เหมือนแลกกันหมัดต่อหมัดแต่ทางฝั่งของ arsene wenger มีอาวุธหลักที่เด็ดและออกบัตรได้หนักแน่นกว่าเลยทำให้พวกเค้าเก็บชัยชนะนัดแรกไปครองได้สำเร็จ

กุนซือหน้าเหี่ยวของอาร์เซนอลมาในระบบ 3-4-2-1 โดยส่งอเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ เป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี danny welbeck กับเมซุต โอซิล

เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกตรงกลางสนามทางฝั่งซ้ายมีเอาเลด แชมเบอร์เลนกับเฮคตอร์ เบเยริน คอยโจมตีทางเดินเส้นและจัดอาวุธหนักอย่าง กรานิต ชาก้าและเอ็นเนนนี่

มิดฟิลด์ตัวรับกล้องหลังสามคนใช้เด็กใหม่อย่าง โคโรซิเนค เล่นแบ็คซ้ายหลังจากที่ยิงประตูแรกให้กับอาร์เซนอลในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาโดยมี โฮลดิ้ง ยืนกับมอลเรอัล

เป็น center back เกมนี้ทางด้านอาร์เซนอลค่อนข้างที่จะมีปัญหาทางด้านของเกมรับหลังจากที่ เมเตซัคเกอร์ และกอสเซียนี่ ไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นเป็นตัวจริงส่วนผู้รักษาประตูยังคงเป็น ปีเตอร์ เช็ก

ทางฝั่งของเช็ค สเปียร์ ยึดระบบเดิมของเลสเตอร์ซิตี้ให้เจมี่วาร์ดี้เป็นกองหน้าเป้าโดยมีโอกาสสักอิเล่นเป็นหน้าต่ำ แมตตี้ เจมส์ ยืนคู่กับ เอ็มดิดี้

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก

โดยมีมาร์ค อัลไบตัน และไรยาร์ด มาเรซ เป็นตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายขวาและยังส่งตัวรับหน้าใหม่อย่าง เแฮร์รี แมกไกวร์ ยืนคู่เกมรับกับเวส มอร์แกน

เกมนี้เป็นทางฝันของอเล็กซานเดอร์ลากาแซตต์ที่เปิดตัวกับอาร์เซนอลในเวทีพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 2 นาทีเขาก็ยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

แต่หลังจากนั้น 3 นาทีทางด้านของชินจิโอกาซากิก็กระโดดโหม่งจากลูกเตะมุมตีเสมอให้เลสเตอร์เป็น 1 ประตูต่อ 1 ตามน้ำมาด้วยเจมี่วาร์ดี้ยิงพลิกให้ จิ้งจอกสยาม ขึ้นนำเป็น 1 ประตูต่อ 2

ทางด้านของอาร์เซนอลก็โจมตีอย่างหนักก่อนที่จะหมดเวลาในครึ่งแรกโคลาซินัช เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนที่จะส่งเข้ามาตรงหน้าประตูให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค

แปลบอลเข้าประตูไปเสมอ 2 -2  มาในครึ่งหลังมีประตูเกิดขึ้นอีก 3 ประตูโดยทางฝั่งของทีมเยือนได้ เจมี่ วาร์ดี้ คนเดิมยิงตีพลิคขึ้นนำอีกครั้ง เป็น 2 ประตูต่อ 3

ทางด้านของ อาร์แซน เวนเกอร์ แก้เกมเปลี่ยนผู้เล่นตัวรุกลงมาอย่างอารอน แรมซี่ย์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนที่จะส่ง ทีโอ วอคอท

ลงมาเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผนที่ตรงกลางสนามและก็เป็นไปตามที่เจ๊เหี่ยวได้คิดไว้ มาได้ประตูตีเสมอจากแรมซี่และประตูขึ้นนำจนพลิกชนะจากโอลิวิเยร์ชิรูด์จากการเปลี่ยน 2 ผู้เล่นตัวสำรองลงมาทำประตูได้ถึง 2 ค

จนเอา 3 คะแนนในเกมแรกมาครองได้และขึ้นนำเป็นที่หนึ่งเนื่องจากเป็นการแข่งคู่แรกของกรีกในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา