ข่าวฟุตบอล สะดุดในลีก แต่ยิงบาเซิ่ล กระจุย

สะดุดในลีก แต่ผีแดงก็ผงาดในบอลยุโรป ถล่มบาเซิ่ล 3ตุง

ผมเป็นคนหนึ่งที่ตาม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นเวลาสิบกว่าปี สะดุดในลีก เราจะมองเห็นได้เลยว่าเมื่อฟอร์มหรือผลงานในลีกพวกเขาทำได้ไม่ดี

แต่ในเกมบอลถ้วยยุโรปเขามักจะทำได้ดีหรือเรียกว่าฝั่งตรงกันข้ามกับนัดล่าสุดในลีกเลยก็ว่าได้ นี่เป็นหลายครั้งที่มักจะเกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่ถ้าเกมในลีกพวกเขาระเบิดฟอร์มทำได้ดีนั่นก็หมายถึงว่า บอลถ้วยฟอร์มของเขาจะสวนทางกันซึ่งเกมล่าสุดในลีกที่ผ่านมา manchester united

ทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอสโต๊ค ซิตี้ 2 ประตูต่อ 2 เก็บได้เพียง 1 คะแนน ก่อนหน้านี้ชนะติดต่อกัน 3 นัด เกมในลีกสะดุดทำให้ผมออกเป็นเกมบอลถ้วยที่จะต้องเปิดบ้านพบกับบาเซิล

โอกาสที่เราจะชนะถ้ามองถึงตามสถิติผมคิดว่าเกิดขึ้นได้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์แต่เขาต้องดูด้วยว่าการวางตัวของโจเซ่ มูรินโญ่ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่เขาจะเอาลงมานั้น

จะใช้งานใครกันแน่ ถ้าดูจากตำแหน่งผู้เล่นมูรินโญ่ กลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของเล่นในเกมนี้ถึง 4 ตำแหน่ง

โดยเกมรับเปลี่ยนทางด้าน คริส สมอลลิ่ง กับวิคตอร์ ลินเดลอฟ ลงมาแทนฟิล โจนส์ กับเอริก ไบยี่ ศูนย์เกมทางริมเส้นฝั่งขวาให้พี่ยังลงมาแทน อันโตนิโอ วาเลนเซีย

โดยเกมรุกทางฝั่งซ้ายของอองโตนี่ มาร์กซิยาล  ลงมาแทน มาคัส รัทฟอร์ด ส่วนเกมรับตรงกลางทางใช้ มาติช คู่กับ ป๊อกบา โดยกองหน้าตัวเป้าเป็น โรเมลู ลูกากู

สะดุดในลีก แต่ยิงบาเซิ่ล กระจุย

สะดุดในลีก

หลังจากที่เริ่มมาเพียงแค่ 19 นาที ปีศาจแดง ก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่เมื่อ พอล ป๊อกบา มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าทำให้ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกและไม่สามารถลงเล่นช่วยทีมได้อย่างน้อย 1 เดือน

โจเซ่ มูรินโญ่ ส่งทางด้านของ มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาทำหน้าที่นี้แทนและใครจะเชื่อว่าเขาสามารถเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งนี้ได้เป็นอย่างดี

และเบิกสกอร์แรกให้กับทีมได้ในจังหวะลูกครอสเข้ามาของ แอชลี่ย์ ยัง ทางริมเส้นฝั่งขวา บอลพุ่งตรงมาที่กบาลของ เฟลไลนี่ เจ้าตัวตั้งคอรอโหม่ง

ส่งบอลเข้าไปยังกรอบเขตโทษ ช่วยปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อนและลงมาเปลี่ยนรูปเกมตรงกลางสนามของทีมได้ดูเหนียวแน่นมากกว่าเดิม

หลังจากนั้นก็มีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อ romelu lukaku ก็สามารถยิงประตูแรกในศึกฟุตบอลยุโรปได้ในเกมแรกที่เขาได้ลงเสียงด้วยและผ้าทีมขึ้นนำเป็น 2 ประตูต่อ 0

โดยรูปเกมนั้น แมนยู เล่นง่ายขึ้นมากกว่าเดิมและเป็นทางฝั่งของ บาเซิล ที่จะต้องเร่งเกมรุกมากกว่าเดิมแต่เขาก็ไม่สามารถผ่านการสกัดกั้นของ เนมานย่า มาติช กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ได้ทำให้เกมนี้

แมนยู มาแบบเหนือชั้นมากกว่า จนนาทีที่ 84 มาร์คัสแรชฟอร์ด โดนเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้นก็ปิดสกอร์ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 3 คะแนนแรกในรอบแบ่งกลุ่ม

ขึ้นไปเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม A โดยมี ซีเอสเคเอ มอสโก ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียน้อยกว่า 2 ลูก