พรีเมียร์ลีก

ศึกพรีเมียร์ลีก แมนซิตี้บุกชนะสเปอร์ 3 – 1 ลุ้นแมนยูชวดคว้าแชมป์ลีก

เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งหลังพ่ายในเกมถึง 3 นัดติด

กันซึ่งในนัดการแข่งขันล่าสุด เรือใบบุกไปเยือน เจอกับ ไก่เดือยทอง ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งก็คว้าชัยชนะกลับ

บ้านไป 3 – 1 เก็บสามแต้มรวม 16 แต้มนำห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มโต๊ะ ทั้งนี้แมนซิตี้ยังคงเหลือนัดการ

แข่งขัน 5 นัดอีก ส่วนปีศาจแดงมีนัดแข่งขันกับเวสต์บรอมวิช ซึ่งหาก แมนยูไม่มีแต้มรับมือ แมนซิตี้จะเป็นว่าที่

แชมป์ลีกฤดูกาลนี้แน่นอน ในการแข่งขันนัดที่ผ่านมา สเปอร์ส เปิดบ้านที่เวมบรี่ย์ต้อนรับการมาเยือนของ แมน

ซิตี้ ซึ่งก่อนหน้านี้โชว์ฟอร์มไม่ค่อยดีนักโดยพ่ายในเกมถึง 3 นัดรวด ส่วนสเปอร์สก็คงฟอร์มดีเอาชนะ 4 เกม

ติดต่อกันล่าสุดบุกเอาชนะสโต๊คไป 2 -1 สำหรับทางเรือใบเองก็เพิ่งพ่ายให้ ลิเวอร์พูล ในศึกยูฟ่า อีกทั้งยังพ่ายให้

คู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งนี้ทาง เรือใบก็กลับมาคืนฟอร์มกันอีกครั้งโดยเกมดังกล่าวช่วง

ครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างบุกอย่างมันส์สะใจ ซึ่งเรือใบสีฟ้าก็ทำประตูขึ้นนำก่อน 1 – 0 ในนาที 22 จากบอลยาวของ ก็

อมปานี ส่งให้แก่ กาเบรียล เชซุส ต่อมาอีกแค่ 3 นาที ไก่เดือยทองเจ้าบ้าน พลาดเสียจุดโทษจาก อาคันตุกะ อู

โก้ โยริส เสียบเข้าใส่ สเตอร์ลิงทำให้โดนกรรมการเป่าจุดโทษทันทีโดยทาง กุนโดกัน ทำหน้าที่ยิงจุดโทษโดย

ซัดเข้าประตูเจ้าบ้านไปอย่างสวยงามส่งผลให้ แมนซิตี้ ขึ้นนำห่าง ทีเด็ดบอล 2 – 0 ในเกมครึ่งแรก ทว่าก่อนจบ

ครึ่งแรก 8 นาทีสเปอร์สเจ้าบ้านทำประตูตีไข่แตกได้จากจังหวะที่ เอริคเช่น ซัดจากกรอบเขตโทษเข้า 1 ประตูจบ

ครึ่งแรกผลสกอร์เป็น 1 – 2

ศึกพรีเมียร์ลีก

ศึกพรีเมียร์ลีก

เปิดครึ่งหลังเจ้าบ้านยังคงป้องกันเกมรุกของทีมเยือนไม่ถนัดในนาที 72 กลายเป็นทีมเยือนทำประตูขึ้นนำได้อีก 1

ประตูจากลูกของ เควิน เดอ บรอยน์ เคลียร์บอลส่งให้กุนโดกัน ก่อนที่สเตอร์ลิง ตามซ้ำเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

วิเคราะห์บอล ส่งผลให้ทีมเยือนนำห่าง 1 – 3 ในเกม กรรมการเป่าจบเกมส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ส

เปอร์ส 1 – 3 เก็บ 3 แต้มทันที ส่วนไก่เดือยทองรั้งอันดับ 4 ของตารางขณะที่ เชลซี กำลังเบียดขึ้นมาโดยห่าง

เพียง 7 แต้ม ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มรวม 87 แต้มนำห่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 16 แต้ม ทั้งนี้ยังคง

เหลือการแข่งขันอีก 5 เกมโดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีนัดแข่งขันกับ เวตส์บรอมวิช วันที่ 15 เมษายน 2018

และหากว่าปีศาจแดงไม่ชนะจะชวดแชมป์ลีกให้กับ แมนซิตี้ทันที โดยทาง เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือของแมนเชส

เตอร์ ซิตี้ เผยถึงโอกาสการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก…

เควิน เดอ บรอยน์

เควิน เดอ บรอยน์ เผย ซาร์ลาร์อาจมีสิทธิ์คว้านักเตะยอดเยี่ยม

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิล์ดคนเก่งแห่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเผยถึง โมฮาเหม็ด ซาร์ลาร์ กองหน้าคนเก่งแห่ง ลิเวอร์พูล ว่ามีโอกาสสูงที่เขาจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ หลังจากเจ้าตัวทำประตูนับไม่ถ้วนให้กับหงส์แดงในฤดูกาลนี้

สำนักข่าวต่างประเทศของอังกฤษได้ระบุว่า เพลย์เมคเกอร์คนเก่งของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรใหญ่

แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมาเผยถึงยอดนักเตะของหงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่าง โมฮาเหม็ด ซาร์ลาร์ โดยเขา

คิดว่านักเตะจากทีมชาติอียิปต์ผู้นี้มีโอกาสสูงที่จะคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอในฤดูกาลนี้

หลังจากที่เขาทำประตูให้กับลิเวอร์พูลไปนับไม่ถ้วนและก้าวสู่นักเตะดาวซัลโวอย่างรวดเร็ว โดยเพลย์เมคเกอร์

แห่ง เรือใบสีฟ้า ล้มโต๊ะ ได้ออกมากล่าวแก่สื่อเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาทั้งนี้เขาก็ระบุว่าตนสมควรเป็น

นักเตะยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้แต่ก็ชื่นชมผลงานของ โมฮาเหม็ด ซาร์ลาร์ ด้วยว่าเขามีสิทธิ์และโอกาสสูงมากที่จะ

คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีนี้โดยหลังเผยว่าตนโหวตให้กับดาวเตะแห่งหงส์แดง แม้ว่าเขาจะเคยออก

มาระบุว่ารางวัลดังกล่าวนั้นเขาอาจมีสิทธิ์ที่คว้ารางวัลเช่นกัน หลังจากที่พาทีมบุกเอาชนะสเปอร์ส 1 – 3 เมื่อวันที่

14 เมษายน 2018 ที่ผ่านมาทว่าเพลย์เมคเกอร์จากทีมชาติเบลเยี่ยมผู้นี้ก็ออกมาเผยว่ารางวัลดังกล่าวอาจไม่น่า

จะเป็นของเขา ซึ่งทางผู้สื่อข่าวกล่าวถึงกองหน้าจากทีมชาติอียิปต์ผู้นี้ถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ซึ่งเขาก็กล่าว

แก่สื่อว่า เขาคิดว่าซาร์ลาร์เหมาะสมกับรางวัลนี้ที่ผ่านมาเขาทำประตูให้กับลิเวอร์พูลนับไม่ถ้วนในฤดูกาลนี้และ

ซาร์ลาร์ถือว่าเป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นมากและเขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทีเด็ดบอล แน่นอนว่ารางวัลนี้เขา

สมควรที่จะได้มันไปและเขาก็มีสิทธิ์ที่คว้ารางวัลนี้แต่ว่าเขาก็ต้องลุ้นกับนักเตะคนอื่นที่ที่ทำประตูได้มากมาย

เท่ากับเขาเช่นกัน ซึ่งนักเตะทีมชาติเบลเยี่ยมก็ระบุต่ออีกว่า เขาพอใจในผลงานของตัวเองและทำออกมาดีที่สุด

แก่ทีมตัวเองเช่นกัน

เควิน เดอ บรอยน์

สำหรับ วิเคราะห์บอล โมฮาเหม็ด ซาร์ลาร์ นั้นตอนนี้ซัดไปแล้ว 30 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่หากรวมทุก

รายการแล้วเขาทำประตูไปทั้งสิ้น 40 ประตูซึ่งการลงคะแนนเสียงมีขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว ซึ่งก็มีนักเตะที่

ติดโพลเข้าชิงอาทิ ดาบิด ซิลบา และ ลีรอย ซาเน่ จาก แมนฯ ซิตี้, แฮร์รี่ เคน จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ดา

บิด เด เคอา จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด…

ข่าวฟุตบอล ผลงานโดยรวมแมนยู

ผลงานโดยรวมแมนยู หลังจากเปิดฉากเกมแรกในลีก 2017/18

พรีเมียร์ลีก เปิดฉากไปแล้วเรามาดู ผลงานโดยรวมแมนยู ใน5 เกมที่ผ่านมาว่าทำไปได้ดีมากน้อยแค่ไหน

เริ่มจากที่เกมออกสตาร์ทนัดแรกเล่นในบ้านที่โอลดแทรฟฟอร์ด พบกับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นับว่าเป็นงานที่ไม่เบาเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าฤดูกาลที่แล้วทีมขุนค้อนอยู่ 1ในทีมที่มีโอกาสตกชั้นก็ตาม แต่การเปิดฉากในฤดูกาลใหม่ ทีมยักษ์ใหญ่อาจจะระมัดระวังทีมเล็กที่อาจจะเปิดฉากได้อย่างสวยงาม

ในเกมแรกยังไม่ได้ใช้ทางด้านของลินเดลอฟยังคงให้เอริค ไบญี่ กับฟิล โจนส์ ยืนเป็นกองหลัง  

โดยที่ใช้งานเนมานย่า  martin กับ paul pogba ยืนเป็นกองกลางตัวรับโดยให้มาคิตายาน มาคัส รัทฟอร์ด mata ยืนในเกมรุกและกองหน้าเป้าเป็นนักเตะตัวใหม่อย่างโรเมลู ลูกากู

นับว่าเป็นการจัดชุดของโจเซ่มูรินโญ่ที่น่าสนใจไม่น้อยโดยที่ทางฝั่งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มี โจ ฮาร์ท นักเตะหน้าใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ส่วนตัวเก่ายังคงเป็น

mark noble andre ayew เฟอร์นันเดส ที่ยังคงอยู่กับทีมมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ในเกมนี้หลายคนมองว่าทางด้าน ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงานโดยรวมแมนยู

ผลงานโดยรวมแมนยู

อาจจะเอาชนะได้ไปแบบเฉียดฉิวแต่หารู้ไหมว่าหลังจากที่เกมเริ่มขึ้นปรากฏว่ารูปเกมของทางฝั่งปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าก่อนที่จะขึ้นนำใน

นาทีที่ 33 จาก romelu lukaku นักเตะป้ายแดงของทีมเป็นจังหวะที่เริ่มจากมาคัสรัทฟอร์ดเปิดบัตรเข้ามาให้ lukaku ยิงสวนตัวของโจ ฮาร์ท เข้าไป

ก็ดีจะมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน เปิดบอลจากทางริมเส้นฝั่งขวาให้กลับ romelu lukaku เบิ้ลประตูที่ 2 ให้กับตัวเองด้วยการใช้หัวยิงประตูรูปเกมน่าจะจบที่ 2 ประตูต่อ 0

 ในช่วงท้ายเกมหลังจากที่เปลี่ยนกองกลางตัวรับยังมารูยานเฟลไลนี่และตัวรุกอย่างอองโตนีมาเชียวก็ทำให้เกมรับในแดนกลางทำได้ดีมากกว่าเดิมรวมทั้งถึงเกมรุกทางริมเส้นที่ มาซียาล

ลงมาทำหน้าที่ได้อย่างเป็นที่น่าพอใจจนเค้ามีจังหวะในการทำประตูด้วยการเลี้ยงหลบกองหลังของเวสต์แฮม ก่อนที่จะยิงส่วนตัวของโจ ฮาร์ท ก็ไปทำให้แมนยู ขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 0

เป็นประตูที่เรียกความมั่นใจของเขากลับมาได้เป้นอย่างดี ไม่จบเพียงเท่านั้น ปิดท้ายในนาทีที่ 90 เป็นจังหวะที่มาใส่เอาหลุดเดี่ยวและส่งไปให้ทางเสาสองที่มี พอล ปอกบา วิ่งลุกขึ้นมาก่อนที่จะแปลบอลด้วยเท้าเบาๆล

เข้าประตูไปเป็นประตูที่ 4 ฝั่งให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดนลูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ เปิดบ้านถล่มไปถึง 4 ประตูต่อ 0 นับว่าเป็นการเปิดฉากนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีกของ

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างสวยหรูและเป็นที่น่าพอใจของแฟนบอล The Red Devil

ข่าวฟุตบอล ผีฉะจิ้งจอก

ผีฉะจิ้งจอก เกมนัดที่3 พรีเมียร์ลีก 2017/18 นึกว่าจะไม่รอด

แมตซ์ที่3 งานหนักเสียแล้ว ผีฉะจิ้งจอก ช่วงต้นฤดูกาลเกมนี้เป็นอีกเกมที่แฟนบอลหลายคนนั้นค่อนข้างที่จะมีความกังวลกับสกอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นและมีโอกาสที่จะพลาดเก็บ 3 คะแนนเต็ม

ในแมตช์นี้ก็เป็นได้โดยทางด้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นจะต้องระมัดระวังและต้องเตรียมการวางแผน

ในการรับแผนการของทางฝั่ง จิ้งจอกสยาม ให้ได้ด้วยการที่ทีมของทีมเยือนมีนักเตะที่ลงตัวเล่นได้มีความสามัคคีและมีกองหน้าที่อันตรายอย่างเจมี่วาร์ดี้ นักเตะทีมชาติอังกฤษที่ฟอร์มร้อนแรงมาถึง 2 ฤดูกาลแล้ว

เกมนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะแพ้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยสิทธิต่างๆแมนยูอาจจะดูเหนือกว่าเลสเตอร์ซิตี้ก็ตาม

แต่เวลาที่เจอกันมักจะไม่สามารถเอาชนะขาดและมีโอกาสที่จะพ่ายแพ้คาบ้านได้เหมือนกันโดยได้เกมนี้นักเตะที่โจเซ่ มูรินโญ่ ส่งลงไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น

นั่นก็คือตำแหน่งของมาคัส รัทฟอร์ดได้เป็นเพียงแค่ตัวสำรองหลังจากที่ อองโตนี่ มาซิยาล สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ด้วยผลงานการลงเล่น 2 เกมจากผู้เล่นสำรองยิงได้เกมละ 1 นัด

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เขาเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงในการลงมาชนกับเกมรับของ leicester city ที่มีทั้งด้านของเวส มอร์แกนและ เฮนรี่ แม็คไกวร์

ผีฉะจิ้งจอก

ผีฉะจิ้งจอก

เกมในครึ่งแรกของทั้งคู่ค่อนข้างที่จะสูสีมากโดยเป็นทางด้านของ แมนยู ที่มีโอกาสโจมตีมากซะเป็นส่วนใหญ่โดยจะเน้นไปที่เกมทางริมเส้นฝั่งซ้ายที่มีมาสี่เหล่า

นั้นสามารถดวลกับ แดนนี่ ซิมป์สัน แต่โอกาสในการเข้าทำประตูก็ไม่สามารถพาลูกบอลเข้าไปจนถึงกรอบเขตโทษได้ทำให้เกมในครึ่งแรกนั้นจบลงที่เสมอกัน 0 ประตูต่อ 0

โดยที่ทางฝั่งของที มเลสเตอร์ ซิตี้ ก็มีโอกาสในการลุ้นประตูได้เหมือนกันจาก ไรยาร์ด มาเรซ ที่าร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญในเกมรุกพร้อมทั้งมี เจมส์มี่ วาร์ดี้ ที่จะหาจังหวะในการจบสกอร์ได้ตลอดเวลา

แต่ในครึ่งหลังกว่าจะมีประตูเกิดขึ้นก็ปาเข้าไปในนาทีที่ 70 หลังจากที่มูรินโญ่นั้นเปลี่ยนเกมส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทนที่ มาต้า และ มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาแทน เฮนริค มคิทาร์ยาน

ทำให้เกมรุกของทีมนั้นมีความหวาดเสียวมากขึ้น ต้องชื่นชมทางด้านของ พี่ฟู เฟลไลนี่ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนสูงของตัวเองในการเข้าไปกดดันผู้เล่นเกมรับตรงกรอบเขตโทษ

ประตูแรกของแมนยู นั้นได้จากทางด้านมาคัสรัทฟอร์ดโดยนักเตะที่มีส่วนร่วมในเกมนี้ก็คือเฮนริค มคิทาร์ยาน หลังจากที่เขาแอซิดได้ก็โดนเปลี่ยนตัวออกทันทีส่งเวลานี่มาแทน

ช่วยอะไรดีลงไปในสนามเพียงแค่แปลกแต่จริงเท่านั้นเขาก็สามารถทำประตูได้จากจังหวะที่ 70 ลินการ์ดโจมตีทางริมเส้นฝั่งขวาแล้วก็ตัดเข้ามาที่ เซเรน่า ที่วิ่งตามมาตรงกลางกรอบเขตโทษยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าประตูไป

โดยที่ แคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูของเลสเตอร์ซิตี้ 0 บัตรทำให้เป็นประตูปิดท้ายและฝังจิ้งจอกสยามไปได้ 2 ประตูต่อ 0

ข่าวฟุตบอล สะดุดในลีก แต่ยิงบาเซิ่ล กระจุย

สะดุดในลีก แต่ผีแดงก็ผงาดในบอลยุโรป ถล่มบาเซิ่ล 3ตุง

ผมเป็นคนหนึ่งที่ตาม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นเวลาสิบกว่าปี สะดุดในลีก เราจะมองเห็นได้เลยว่าเมื่อฟอร์มหรือผลงานในลีกพวกเขาทำได้ไม่ดี

แต่ในเกมบอลถ้วยยุโรปเขามักจะทำได้ดีหรือเรียกว่าฝั่งตรงกันข้ามกับนัดล่าสุดในลีกเลยก็ว่าได้ นี่เป็นหลายครั้งที่มักจะเกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่ถ้าเกมในลีกพวกเขาระเบิดฟอร์มทำได้ดีนั่นก็หมายถึงว่า บอลถ้วยฟอร์มของเขาจะสวนทางกันซึ่งเกมล่าสุดในลีกที่ผ่านมา manchester united

ทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอสโต๊ค ซิตี้ 2 ประตูต่อ 2 เก็บได้เพียง 1 คะแนน ก่อนหน้านี้ชนะติดต่อกัน 3 นัด เกมในลีกสะดุดทำให้ผมออกเป็นเกมบอลถ้วยที่จะต้องเปิดบ้านพบกับบาเซิล

โอกาสที่เราจะชนะถ้ามองถึงตามสถิติผมคิดว่าเกิดขึ้นได้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์แต่เขาต้องดูด้วยว่าการวางตัวของโจเซ่ มูรินโญ่ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่เขาจะเอาลงมานั้น

จะใช้งานใครกันแน่ ถ้าดูจากตำแหน่งผู้เล่นมูรินโญ่ กลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของเล่นในเกมนี้ถึง 4 ตำแหน่ง

โดยเกมรับเปลี่ยนทางด้าน คริส สมอลลิ่ง กับวิคตอร์ ลินเดลอฟ ลงมาแทนฟิล โจนส์ กับเอริก ไบยี่ ศูนย์เกมทางริมเส้นฝั่งขวาให้พี่ยังลงมาแทน อันโตนิโอ วาเลนเซีย

โดยเกมรุกทางฝั่งซ้ายของอองโตนี่ มาร์กซิยาล  ลงมาแทน มาคัส รัทฟอร์ด ส่วนเกมรับตรงกลางทางใช้ มาติช คู่กับ ป๊อกบา โดยกองหน้าตัวเป้าเป็น โรเมลู ลูกากู

สะดุดในลีก แต่ยิงบาเซิ่ล กระจุย

สะดุดในลีก

หลังจากที่เริ่มมาเพียงแค่ 19 นาที ปีศาจแดง ก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่เมื่อ พอล ป๊อกบา มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าทำให้ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกและไม่สามารถลงเล่นช่วยทีมได้อย่างน้อย 1 เดือน

โจเซ่ มูรินโญ่ ส่งทางด้านของ มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาทำหน้าที่นี้แทนและใครจะเชื่อว่าเขาสามารถเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งนี้ได้เป็นอย่างดี

และเบิกสกอร์แรกให้กับทีมได้ในจังหวะลูกครอสเข้ามาของ แอชลี่ย์ ยัง ทางริมเส้นฝั่งขวา บอลพุ่งตรงมาที่กบาลของ เฟลไลนี่ เจ้าตัวตั้งคอรอโหม่ง

ส่งบอลเข้าไปยังกรอบเขตโทษ ช่วยปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อนและลงมาเปลี่ยนรูปเกมตรงกลางสนามของทีมได้ดูเหนียวแน่นมากกว่าเดิม

หลังจากนั้นก็มีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อ romelu lukaku ก็สามารถยิงประตูแรกในศึกฟุตบอลยุโรปได้ในเกมแรกที่เขาได้ลงเสียงด้วยและผ้าทีมขึ้นนำเป็น 2 ประตูต่อ 0

โดยรูปเกมนั้น แมนยู เล่นง่ายขึ้นมากกว่าเดิมและเป็นทางฝั่งของ บาเซิล ที่จะต้องเร่งเกมรุกมากกว่าเดิมแต่เขาก็ไม่สามารถผ่านการสกัดกั้นของ เนมานย่า มาติช กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ได้ทำให้เกมนี้

แมนยู มาแบบเหนือชั้นมากกว่า จนนาทีที่ 84 มาร์คัสแรชฟอร์ด โดนเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้นก็ปิดสกอร์ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 3 คะแนนแรกในรอบแบ่งกลุ่ม

ขึ้นไปเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม A โดยมี ซีเอสเคเอ มอสโก ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียน้อยกว่า 2 ลูก

ข่าวฟุตบอล เสมอจนได้ แมตซ์ที่น่าเป็นห่วงบุกเยือนช่างปั้นหม้อ !! ฟอร์มตกจนได้

เสมอจนได้ แมตซ์ที่น่าเป็นห่วงบุกเยือนช่างปั้นหม้อ !! ฟอร์มตกจนได้

เกมที่บรรดากองแช่งของแมนยูรอคอยก็มาถึงนั่นก็คือเกมที่ 4 เสมอจนได้

ที่พวกเขาจะต้องออกมาเยือนทางด้านช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ ที่สนาม bet 365 stadium  

สถิติของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างน่าจะเป็นห่วงทางด้านแมนยูมากการมาเยือน สโต๊ค ซิตี้

พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยและในที่สุดหลังจากที่สิ้นสุดการเป่านกหวีดครบ 90 นาที

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำได้เพียงแค่เสมอกับสโต๊คซิตี้ไป 2 ประตูต่อ 2 เก็บ 1 คะแนนมาครองได้

แต่ก็ยังคงเป็นจ่าฝูงต่อไป แต่มองถึงฟอร์มของลูกทีม โจเซ๋ มูรินโญ่ นี่สิน่าเป็นห่วง

เพราะเหตุผลและปัจจัยใดทำไมถึงทำให้พวกเขาได้เพียงแค่ 1 คะแนนทั้งที่ผู้เล่นก็ใครขายกับ 3 เกมที่แล้ว

ในวันนี้ไม่มีทางด้านของฆวนมาต้าแต่ได้อังเดรเอเรร่าลงมาแทนโดยที่เกมรุกยังคงเป็นมาคิตายานมาคัสรัทฟอร์ดและ romelu lukaku

โดยเปลี่ยนระบบจาก 4-5-1 มาเป็น 4-3-3 ทำให้เห็นชัดแล้วว่านักเตะของเค้าไม่เหมาะสมกับระบบนี้จึงทำให้ทำอะไรก็ติดๆชัดชัด

ขึ้นเกมไปไม่ได้และไม่มีคนเชื่อมเจ็บตรงกลางสนามและแบกภาระให้กับเกมรับอย่าง เนมานย่า มาติช  และพอล ปอกบา

โดยที่ 3 เกมแรกค่อนข้างที่จะมีอิสระและไม่เหนื่อยนักกลับเกมโจมตีของคู่แข่งแต่เกมนี้สวนทางอย่างชัดเจน น้ามูต้องมองเห็นแล้วละนะ

รูปทีมของเค้าน่าจะเหมาะสมกับระบบไหนมากที่สุดและไม่ควรเปลี่ยนแปลงมันถ้าเกิดผลเสีย

เสมอจนได้ นัดที่ 4 ผีได้แต้มเดียว

เสมอจนได้ นัดที่ 4 ผีได้แต้มเดียว

แน่นอนว่าในสารเกมแรกเราค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จในการเก็บ 9 คะแนนและ 3 คลีนชีสโดยมีประตูรวมถึง 11 ประตูด้วยกัน

แต่หลังดันที่เปลี่ยนระบบใหม่ทำให้เกมนั้นไม่ลื่นไหลโอกาสจบสกอร์น้อยมากและที่สำคัญประตูแรกที่เกิดขึ้นในเกมนี้จะกลายเป็นทางฝันของเจ้าบ้านที่ขึ้นนำไปก่อน

ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 13 จาก Eric Maxim Choupo-Moting แต่โชคดีว่าผู้เล่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสามารถกลับมาไล่ตีเสมอเป็น 1 ประตูต่อ 1 ได้หลังจากที่ผ่านไปเพียงแค่ 3 นาที

ทำประตูตีเสมอได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากมาคัสรัทฟอร์ดที่หลุดเดี่ยวเข้าไปเลยยิ่งตอนยังชั้นไปที่เสาสองผ่านมือของทางด้าน แจ๊ค บัตแลนด์ นั่นเข้าประตูไป

เกมในครึ่งหลังมาร์คคิ้วกับโจเซ่มูรินโญ่ค่อนข้างที่จะแก้เกมกันได้อย่างเมามันจนนาทีที่ 57 โรเมลูลูกากูก็ยิงประตูที่ 4 ให้กับเขาในฤดูกาลนี้และเป็นประตูที่ผิดขึ้นนำ สโต๊ค  ซิตี้

ไปได้ 1 ประตูต่อ 2  รูปเกมของแมนยูทำได้ดีขึ้นหลังจากที่ขึ้นนำแตกความผิดพลาดของเกมครับกับเกิดขึ้นในจังหวะที่ ชากิรี่ จ่ายตัดหนังผู้เล่น manchester united

แล้วเป็นคนเดิม Eric Maxim Choupo-Moting เบิ้ลปทุมที่ 2 ให้กับตัวเองในเกมนี้และช่วยให้ทีมสามารถเก็บ 1 คะแนนที่สำคัญในบ้านไปได้ด้วยการยันเสมอ manchester united

ส่วน red devil ก็ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงหลังจากที่มีคะแนนนำ 5 อันดับที่๒อย่างแมนซิตี้อยู่ 2 คะแนน

ข่าวฟุตบอล ให้คะแนนสอบนัดแรก

ให้คะแนนสอบนัดแรก ของนักเตะแมนยูที่พบ เวสต์แฮม

ให้คะแนนสอบนัดแรก หลังจากที่นัดแรกของ manchester united ได้สตาร์ทออกไปเราก็มาให้คะแนนหลังจากที่พวกเค้าเปิดบ้านเอาชนะเวสต์แฮมยูไนเต็ดไปได้ 4 ประตูต่อ 0 โดนที่เริ่มจากคนแรก

ผู้รักษาประตู

ดาบิด เดเ ค อา เกมนี้เขามีบททดสอบค่อนข้างน้อยและมีโอกาส sace เพียงแค่ 1 จังหวะเท่านั้นโดยที่เกมครับนั้นอยู่ที่แดนกลางของสนามซะเป็นส่วนใหญ่ จะมีให้ 7 คะแนน

กองหลัง

ฟิล โจนส์ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นผู้เล่นตัวจริงในเกมแรกที่เล่นในพรีเมียร์ลีกเพราะผลงานของเขาในฤดูกาลที่แล้วทำได้ไม่ดีแต่ในช่วงปรีซีซั่นก็ทำให้โจเซ่มูรินโญ่เห็นว่าเขาก็ดีพอเกมนี้สกัดรูปโมงและตัดเกมได้เป็นอย่างดีเขาควรที่จะได้ 8 คะแนน

เอริก ไบยี่ ผลงานค่อนข้างที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทำได้ดีในจังหวะที่ตัดบอลและช่วยหยุด found ในจังหวะที่ทีมีโอกาสที่จะโดนยิงประตูมาตรฐานคงที่ได้ไป 7.5 คะแนน

ดาลี่ บลิน ถึงเขาจะเป็นผู้เล่นที่มีความชัดเจนมีเขาก็สามารถที่จะจัดอันเดร อายิว ไว้ได้อย่างดีโดยเกมรับนั้นอาจจะลงไม่ทันแต่ก็ไม่มีความผิดพลาดสักเท่าไหร่ได้ 7 คะแนน

อันโตนิโอ วาเลนเซีย ยังคงเป็นผู้เล่นที่เล่นริมเส้นได้ดีที่สุดของทีมจนทำให้ยึดตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงได้อย่างยาวนานเกมนี้เค้ามีส่วนร่วมทางริมเส้นมากและเกมรับก็เอาอยู่สมควรได้ 8 คะแนน

ให้คะแนนสอบนัดแรก  กองกลาง 5 คน

ให้คะแนนสอบนัดแรก

เริ่มที่ พอล ปอกบา เกมรับของเขาค่อนข้างที่จะมีอิสระมากขึ้นหลังจากที่ได้มาติดเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระถ้าไม่เข้ามีส่วนร่วมกับเกมรุกและเป็นผลดีต่อทีมมากขึ้นเช่นนี้ได้ 7.5 คะแนน

เนมานย่า มาติช หลังจากที่ย้ายเข้ามาช่วยทีมเขามีโอกาสได้ลงเล่นก็ปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี โดยที่เกมรับนั้นขยันวิ่งไปสกัดบอลจนทำให้โอกาสของเวสต์แฮมนั้นค่อนข้างน้อยเค้าเป็นผู้เล่นที่ช่วยทีมได้มากในเกมนี้สมควรได้ 10 คะแนน

มาคัส รัทฟอร์ด ถึงอาจจะไม่โดดเด่นมากสักเท่าไหร่แต่เกมนี้ก็แอสซิสต์ให้ลูกากูยิงประตูแรกได้อย่างสวยงามถึงแม้ว่าจะทำประตูไม่ได้ก็ตามได้ไป 7.5 คะแนน

เฮนริค มคิทาร์ยาน ไงลูกการมีเขาค่อนข้างที่จะลื่นร้อยละลงตัวเล่นเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้มากขึ้นและโดดเด่นในเกมรุก jonas ชิปให้เพื่อนทำได้ 2 ประตูเขาได้ 8 คะแนน

ฆวน มาต้า เป็นนักเตะที่ยังคงรักษามาตรฐานได้เป็นอย่างดีทั้งเกมรับที่ลงไปช่วยแบ่งเบาภาระและเกมรุกที่เติมได้ตลอดทั้งคืนริมเส้นฝั่งซ้ายและขวาถึงแม้ว่าจะไม่มี s หรือช่วยทีมทำประตูเขาก็สมควรได้ 7.5 คะแนน

กองหน้า

เมื่อถึงกองหน้าอย่าง romelu lukaku เกมนี้ค่อนข้างที่จะเซอร์ไพรส์หลังจากที่เขายิงคนเดียว 2 ประตู นับว่าเป็นกองหน้าที่เข้ามาทดแทนทางด้านของ เวน รูนี่ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้เป็นอย่างดีและน่าจะเป็นผู้เล่นที่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นต้องการและหามานานและเขาเป็นอีกคนที่สมควรจะได้ 10 คะแนนเต็ม

ตัวสำรอง

มีคนที่ต้องพูดถึงคือ อันโตนี มาซีเยา หลังจากที่โดนเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 80 แทนทางด้านของมาร์คัสแรชฟอร์ดวิ่งเล่นอยู่ในสนามเพียงแค่ 7 นาทีก็สามารถทำประตูแรกในฤดูกาลนี้ได้ถึงแม้เขาจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเกมนี้เขาได้ไป 8 คะแนน

มารูยาน เฟลไลนี่ ความผิดไปจากฤดูกาลที่แล้วเกมนี้เขาลงมาช่วยเกมรับวิ่งตัดบอลจนทำให้พอบอกบาและ เนมานย่า มาติป นั้นมีโอกาสได้พักบ้างและเกมรุกของเขาก็วิ่งสุดจนถึงหน้าประตูและมีโอกาสที่จะทำประตู เกมนี้เขาได้ 7.5 คะแนน

 …

ข่าวฟุตบอล ไก่ เรือ

ไก่ เรือ งานสบายไม่เหนือบ่ากว่าแรง จับมือกันคว้า 3 แต้ม

มาดูงานง่ายงานยากของ 3 ทีมใหญ่ ไก่ เรือ ที่เหลือเริ่มที่ทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตอนนี้เป็นคนดีออร่าค่อนข้างที่จะได้ทีมเรือใบสีฟ้า

ในฝันที่พวกเขาต้องการแล้วโดยนักเตะใหม่น่าจะเป็นคล้าย walker และขวาจอมรุกชื่อเล่นของเขาคือเรื่องของการเติมเกมรุกตลอด  90 นาที

มีความไวสามารถเปิดบอลให้เพื่อนได้ตรงจุดนี้จะมาทดแทน กับนักเตะที่พึ่งย้ายออกจากทีมไปอย่างสบายตาและบาการี่ ซานญ่า

โดยค่าตัวที่ดีทางสโมสรเรือใบสีฟ้า ต้องเสียในการได้ตัวนักเตะชาวอังกฤษ สูงถึง 50 ล้านปอนด์

แต่ด้วยอายุที่ยังเหลืออีกเยอะในการใช้งานก็นับว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจการเจอกับ นกนางนวล ไบรตัน ทีมน้องใหม่จากแชมเปี้ยนชิพ ที่ขึ้นมาขอลองสี่เท้ากับรุ่นพี่ในพรีเมียร์ลีก

city ของพวกเค้าการเจอกันต้องย้อนไปในปี 2008 เกมลีกคัพโดยทั้งคู่จบ 90 นาทีด้วยการเสมอกัน 2 ประตูต่อ 2 ก่อนที่จะเป็นทีมไบรท์ตันที่ยิงจุดโทษเอาชนะเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

แต่ถ้าประสิทธิภาพของทีมในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของ กุน อาเกโล,กาเบรียล เฆซุส, ยาย่า ตูเร่ ,เควิน เดอะบอย ,Raheem sterling นักเตะแต่ละตัวนั้นก็ค่อนข้างที่จะอยู่ในระดับ top top ของเกาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ทำให้เกมนี้เจอกับน้องใหม่ที่มีเพียงแค่ไฟแiงแต่ฝีเท้านั้นยังห่างไกลนัก โอกาสที่พวกเขาได้ 3 คะแนนนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดของทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกนัดแรก

ไก่ เรือ นัดแรกได้ 3 แต้ม

ไก่ เรือ

มาเป็น ไก่เดือยทอง ที่จะต้องไปที่สนามเซนต์เจมส์ ปาร์ค ของ สาริกาทอง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้พวกเค้าผงาดขึ้นมาอยู่ที่ไม่ได้อีกได้อีกครั้งหลังจากที่ฤดูกาลที่แล้ว

เล่นในแชมเปี้ยนชิพ การขึ้นมาของพวกเขายังคงมีนักเตะที่พอคุ้นหูคุ้นตาในศึกพรีเมียร์ลีก อยู่บ้างแต่การที่จะมาเจอกับไก่เดือยทองที่มาตรฐานที่สูงนัก

ต่ค่อนข้างที่จะลงตัวและมีดาวซัลโวอย่าง เฮนรี่ เคน เป็นกองหน้าเหมือนเดิม เกมรุกยังคงเป็น คริสเตียน อีริคเซ่น กับ เดลี่ อัลลี ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ยึดเป็นตัวจริงมา 2 ฤดูกาล

โอกาสที่จะพาทีมได้ 3 คะแนนในเกมนี้ผมว่าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งของนิวคาสเซิลไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้แต่สภาพของนักเตะความมุ่งมั่น

การเข้าขาทางด้านของ ไก่เดือยทอง ก็อาจจะได้ 3 คะแนนแต่เป็นการเขียนเอาชนะไปได้ด้วยเกมล่าสุดนิวคาสเซิลก่อนที่จะตกชั้นไปฤดูกาลที่แล้วพวกเขาฝังความแค้นไว้ให้กับ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ด้วยการเอาชนะไปถึง 5 ประตูต่อ 1 โดยที่สวัสดิการทองเหลือผู้เล่น 10 คนโดยสารเกินที่จะมีการล้างแค้นของทีมไก่เดือยทองกับสาริกาขึ้นอยู่ว่า โปเช็ตติโน่ จะสามารถหักปีก

สาลิกาทอง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดของ ราฟาเอล เบนิเตซ ได้หรือไม่ในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคมเวลา 1 ทุ่ม 30 นาทีตามเวลาประเทศไทยเราก็จะได้รู้กันว่าระหว่างกุนซือเลือดใหม่กับ เบนิเตซ กุนซือรุ่นใหญ่มันสมองของใครจะเหนือกว่ากัน

 …

ข่าวฟุตบอล เชลซี - เบิร์นลี่ย์

แชมป์เก่าทำคดีพลิค เชลซีเซอร์ๆไพร์ส น่าตกใจหลังพ่ายคาบ้าน

เชลซี เปิดบ้านนัดแรกพบกับ เบิร์นลี่ย์ แชมป์เก่าทำคดีพลิค พวกเค้าไม่มีสักคะแนนเลยในศึกพรีเมียร์ลีก 2017/18 แชมป์พรีเมียร์ลีก ทีมล่าสุดคือ สิงไฮโซ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้

แต่ดีกรีแชมป์ของพวกเขาก็ไม่ได้สามารถการันตีในการเก็บชัยชนะนัดแรกได้หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับทีมเล็กอย่าง เบิร์นลี่ย์ ไป 2 ประตูต่อ 3 โดยเรือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน

ในสนามแต่ถามว่าเกมนี้พวกเขาสอบผ่านหรือไม่ถ้าจะมองถึงตัวเพราะเล่นผมให้กันคนละ 8 คะแนน ถึงแม้ว่าเกมจะแพ้แต่นักเตะของพวกเขามีความพยายามเป็นอย่างมาก

ถ้าดูจากรูปเกมในครึ่งหลังทุกคนมีความมุ่งมั่นในความพยายามและต้องการที่จะได้ประตูเพื่ออาชีพจะตีเสมอและอย่างน้อยได้เพียงแค่ 1 คะแนน

ก็น่าจะเพียงพอแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามไม่เป็นเพียงแค่ตัวนักเตะเท่านั้นเรื่องของผู้ตัดสินก็มีส่วนร่วมทำให้พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะในครั้งนี้

เชลซี มีความน่าสนใจตรงที่พวกเขาใช้นักเตะหน้าใหม่อย่างรูเกอร์เป็นแบ็คขวาและ bokeh เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกโดยแก้มรับตรงกลางสนามยังใช้ มาก็อต อลองโซ่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เชส ฟาเบรกาสและ อัซปิลิกวยต้า  

ส่วนกองหน้าเป้าเป็น บาห์ชัวยี่  ถ้าจะมองถึงความประมาทของคอนเต้ในเกมนี้ดูได้จากตัวผู้เล่นที่ส่งลงมาโดยไม่ยอมใช้นักเตะตัวหลักอย่าง อัลเวโร โมราต้า กองหน้าชาวสเปนตัวใหม่ที่พึ่งได้มาเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น

ด้วยขณะที่ฝั่งทีมเยือนใช้  แซม โวลค์ เป็นกองหน้าตัวเป้าซึ่งเป็นตัวทีเด็ดของทีมและเป็นการสร้างความปราชัยให้กับเชลซีเป็นเกมแรกด้วยจุดเด่นของเขาคือเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสูงร่างกายแข็งแกร่งและมีส่วนหนา

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

แชมป์เก่าทำคดีพลิค

ในการบางบอนเบสบอลในการขึ้นโหม่งทำประตู และการหาพื้นที่สำคัญสำคัญในกรอบเขตโทษเพื่อที่จะจบสกอร์ประตูแรกเริ่มตั้งแต่นาที 24

หลังจากที่เชลซีเหลือผู้เล่นเพลงแค่ 10 คนในกรณีที่แกรี่เคฮิลล์ไปสไลด์เปิดปุ่มทำให้กรรมการเครก พอลสัน ควักใบแดง direct ให้กับเคฮิลล์ ไล่ออกจากสนามทำให้โดนแบนถึง 3 นัด

และมาโดน แซมโวลค์ ยิ่งบอลเบียดเสาเข้าไปทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1- 0 จากนั้นอีก 2 ประตูตามมาติดติดโดยมี สตีเฟ่น วอร์ด ซัดด้วยซ้ายบอลคู่เข้าเสาสองอย่างสวยงามก่อนที่จะมาเป็น แซม โวลค์ คนเดิมยิงประตูที่ 2 ให้กับตัวเองและพาทีมเบิร์นลี่ย์ขึ้นนำเป็น 3 ประตูต่อ 0

แต่มาในครึ่งหลังคอนเต้เป็นเกมส่งอะเวโรโมราต้าเป็นกองหน้าเป้าโรคมาเพียงแค่ 10 นาทีแล้วนั้นเขาก็สามารถพาทีมตีไข่แตกได้สำเร็จจาก williams เปิดเข้าไปที่เสา 2 โมราต้า โหม่งบอลเข้าประตูไปไล่มาเป็น 1 ประตูต่อ 3

แต่หลังจากนั้นเกมดุเดือดและโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว เชลซี เเกือบจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วก็ต้องไปเดี๋ยวผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน เมื่อเชสฟาเบรกาสโดนเหลือที่2และใบแดงไล่ออกจากสนาม

โดยที่รูปเกมกำลังสวยและไปได้ดีในนาทีที่ 88 ก็มาได้ดาวิดลุยซ์ออดจากแถวสองขึ้นไปนี้แผงแนวรับของทีมเยือนยิงเข้าไปไร่มาเป็น 2 ประตูต่อ 3 ในเวลาที่เหลือมีไม่ถึง 5 นาที

ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะตีเสมอเป็น 3 ประตูต่อ 3 ทำให้จบเกมกลายเป็นชั้นเก่าเชลซีที่พ่ายแพ้คาบ้านไป 2 ประตูต่อ 3

ข่าวฟุตบอล โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18 ได้อย่างเดือด

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก ต้องขอชื่นชมนัดประเดิมสนามที่ทำให้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18

ดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อทางด้านของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล จากลอนดอนเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้

จะบอกว่าเกมนี้เป็นเกมที่มันที่สุดในสัปดาห์นี้ก็ว่าได้ถึงแม้ว่าอาจจะแข่งขันเป็นเกมแรกของฤดูกาลพวกเขาไม่มีความกดดันแต่อย่างใด

เล่นได้ตามสไตล์และโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีโดยทางฝั่งของเจ้าบ้านอาร์เซนอล กลับเก็บ 3 คะแนนปิดทองได้สำเร็จโดยรูปเกมนั้นออกมาสนุกสนาน

ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เหมือนแลกกันหมัดต่อหมัดแต่ทางฝั่งของ arsene wenger มีอาวุธหลักที่เด็ดและออกบัตรได้หนักแน่นกว่าเลยทำให้พวกเค้าเก็บชัยชนะนัดแรกไปครองได้สำเร็จ

กุนซือหน้าเหี่ยวของอาร์เซนอลมาในระบบ 3-4-2-1 โดยส่งอเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ เป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี danny welbeck กับเมซุต โอซิล

เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกตรงกลางสนามทางฝั่งซ้ายมีเอาเลด แชมเบอร์เลนกับเฮคตอร์ เบเยริน คอยโจมตีทางเดินเส้นและจัดอาวุธหนักอย่าง กรานิต ชาก้าและเอ็นเนนนี่

มิดฟิลด์ตัวรับกล้องหลังสามคนใช้เด็กใหม่อย่าง โคโรซิเนค เล่นแบ็คซ้ายหลังจากที่ยิงประตูแรกให้กับอาร์เซนอลในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาโดยมี โฮลดิ้ง ยืนกับมอลเรอัล

เป็น center back เกมนี้ทางด้านอาร์เซนอลค่อนข้างที่จะมีปัญหาทางด้านของเกมรับหลังจากที่ เมเตซัคเกอร์ และกอสเซียนี่ ไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นเป็นตัวจริงส่วนผู้รักษาประตูยังคงเป็น ปีเตอร์ เช็ก

ทางฝั่งของเช็ค สเปียร์ ยึดระบบเดิมของเลสเตอร์ซิตี้ให้เจมี่วาร์ดี้เป็นกองหน้าเป้าโดยมีโอกาสสักอิเล่นเป็นหน้าต่ำ แมตตี้ เจมส์ ยืนคู่กับ เอ็มดิดี้

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก 17/18

ประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีก

โดยมีมาร์ค อัลไบตัน และไรยาร์ด มาเรซ เป็นตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายขวาและยังส่งตัวรับหน้าใหม่อย่าง เแฮร์รี แมกไกวร์ ยืนคู่เกมรับกับเวส มอร์แกน

เกมนี้เป็นทางฝันของอเล็กซานเดอร์ลากาแซตต์ที่เปิดตัวกับอาร์เซนอลในเวทีพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 2 นาทีเขาก็ยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

แต่หลังจากนั้น 3 นาทีทางด้านของชินจิโอกาซากิก็กระโดดโหม่งจากลูกเตะมุมตีเสมอให้เลสเตอร์เป็น 1 ประตูต่อ 1 ตามน้ำมาด้วยเจมี่วาร์ดี้ยิงพลิกให้ จิ้งจอกสยาม ขึ้นนำเป็น 1 ประตูต่อ 2

ทางด้านของอาร์เซนอลก็โจมตีอย่างหนักก่อนที่จะหมดเวลาในครึ่งแรกโคลาซินัช เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนที่จะส่งเข้ามาตรงหน้าประตูให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค

แปลบอลเข้าประตูไปเสมอ 2 -2  มาในครึ่งหลังมีประตูเกิดขึ้นอีก 3 ประตูโดยทางฝั่งของทีมเยือนได้ เจมี่ วาร์ดี้ คนเดิมยิงตีพลิคขึ้นนำอีกครั้ง เป็น 2 ประตูต่อ 3

ทางด้านของ อาร์แซน เวนเกอร์ แก้เกมเปลี่ยนผู้เล่นตัวรุกลงมาอย่างอารอน แรมซี่ย์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนที่จะส่ง ทีโอ วอคอท

ลงมาเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผนที่ตรงกลางสนามและก็เป็นไปตามที่เจ๊เหี่ยวได้คิดไว้ มาได้ประตูตีเสมอจากแรมซี่และประตูขึ้นนำจนพลิกชนะจากโอลิวิเยร์ชิรูด์จากการเปลี่ยน 2 ผู้เล่นตัวสำรองลงมาทำประตูได้ถึง 2 ค

จนเอา 3 คะแนนในเกมแรกมาครองได้และขึ้นนำเป็นที่หนึ่งเนื่องจากเป็นการแข่งคู่แรกของกรีกในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา